เครื่อข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย
เครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบฯ ภายใต้แผนงานของ รศ.ดร.อรสา พันธ์ภักดี ดำเนินโครงการ “การยกระดับคุณภาพบริการพยาบาลเพื่อการเลิกเสพติดนิโคตินในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรค” ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด และวัณโรค โดยใช้ชุดบำบัดการพยาบาล โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การยกระดับคุณภาพบริการพยาบาลเพื่อการเลิกเสพติดนิโคติน ในผู้ป่วยเฉพาะโรคโดยใช้ชุดบำบัดการพยาบาลเพื่อเลิกเสพติดนิโคติน” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชมจันทร์ แหลมสิงห์ แนชเชอรัลบีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี
สำหรับผู้ต้องการเผยแพร่ผลงาน ในวารสารพยาบาล สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ฉบับที่ 1 ปี 2569 ขอให้ผู้นำเสนอส่งบทความ (ตามความสมัครใจ) **ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 ข้อกำหนดของวารสาร คำแนะนำการเขียนบทความ ดูได้ที website ของ Thai Journal Online https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJN/issue/view/18030 ใบสมัครสมาชิกวารสาร https://www.thainurse.org/wordpress/?page_id=8049
ที่มา : https://detective-news.com/ebook/One_Stop_Service_no2/mobile/index.html
ที่มา : https://detective-news.com/ebook/One_Stop_Service/mobile/index.html#p=1
แบบฟอร์มการส่งสมัครพยาบาลดีเด่น
กรมควบคุมโรคแถลง หลังพบผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงที่ รพ.บุรีรัมย์ หลังซักประวัติพบสูบบุหรี่ไฟฟ้า มอบกองระบาดวิทยาเร่งเฝ้าระวังกลุ่มผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีประวัติการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า วันนี้ (19 พฤศจิกายน 2567) ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้ นายแพทย์ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ร่วมกับ แพทย์หญิงภาวิณี วงค์ประสิทธิ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ร่วมแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยปอดอักเสบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ พญ.ภาวินี เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ โรค EVALI 1 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ด้วยอาการหอบเหนื่อย เหงื่อเยอะ และไอเป็นเลือด ซึ่งแพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตราย จากการซักประวัติพบว่า ผู้ป่วยมีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับบุหรี่มวน และมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งทำการตรวจร่างกายผู้ป่วยโดยละเอียดพบว่า ปอดมีฝ้าขาว ขณะที่อาการผู้ป่วยล่าสุดอาการโดยรวมดีขึ้น ไม่รุนแรง ไม่มีอาการแทรกซ้อน รวมถึงไม่พบการติดเชื้อก่อโรคใดๆ ทั้งไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรีย แต่สังเกตพบว่าผู้ป่วยมีลักษณะคล้ายอาการลงแดงจากการขาดนิโคติน ทั้งนี้ […]
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1DHoUQ5Nht/
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแต่แรกเริ่มเดิมที บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และเป็นบุหรี่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็นเหมือนกับทางเลือกแรกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบุหรี่ไฟฟ้านั้น แท้จริงแล้วสามารถช่วยให้เราเลิกบุหรี่ธรรมดาได้จริงหรือไม่? บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายจริงหรือไม่? และจริงๆ แล้วบุหรี่ไฟฟ้าดีกว่าบุหรี่ธรรมดาจริงๆ ใช่ไหม? นายแพทย์ วินัย โบเวจา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ามาฝากเพื่อให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ หรือกำลังจะเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นว่าจะเลือกทางเดินอย่างไรต่อไปให้กับชีวิต บุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างที่โฆษณาจริงหรือไม่? ปัจจุบันข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ ยังไม่มีงานวิจัยชุดใดที่บอกได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำให้คนเลิกบุหรี่ได้จริง เช่นกันกับในแง่ของความปลอดภัยที่ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ทั้งนี้มีตัวอย่างงานวิจัยชิ้นหนึ่งในประเทศอังกฤษที่น่าสนใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบุหรี่ไฟฟ้า โดยได้มีการทำการทดลองเก็บข้อมูลโดยการนำเอาผู้ป่วยที่ต้องการเลิกบุหรี่จำนวน 890 ราย มาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งให้กลุ่มแรกนั้นทำการเลิกบุหรี่ด้วยการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนอีกกลุ่มให้ทำการเลิกบุหรี่ด้วยการรับยาเลิกบุหรี่ โดยทั้ง 2 กลุ่มเข้ารับการทดลองต่อเนื่อง 3 เดือน ควบคู่กันไปกับการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมเพื่อเลิกบุหรี่ จนกระทั่งครบ 1 ปี ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลิกบุหรี่ได้ 18% ส่วนในกลุ่มที่ใช้ยาสามารถเลิกบุหรี่ได้ 9.9% ซึ่งจากตัวเลขนี้อาจทำให้เราเห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นช่วยเลิกบุหรี่ได้ดีกว่า แต่ทว่าการติดตามผลวิจัยนี้ต่อมาพบว่า […]